November 28, 2021
  • Menu

เยือนถิ่นอินโดนีเซีย: ลมหายใจของเทพเจ้า ที่ภูเขาไฟโบรโม่ (Mt. Bromo)

Klook.com

ประมาณสิบโมงเช้าเรากลับถึงที่พัก อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกเดินทางกันต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่ภูเขาไฟโบรโม่ เป็นระยะทางอีกประมาณ 200 กิโลเมตร

แวะทานอาหารเที่ยงที่เมืองเล็กๆระหว่างทาง

ประมาณค่ำๆก็ถึงที่พักของเรา.. Cemara Indah Hotel & Resort

โรงแรม Cemara Indah อยู่ที่ Highland Cemoro Lawang Village ในเขต Sukapura มีจุดเด่นคือตั้งอยู่บนเนินด้านริมเขา ทำให้สามารถมองเห็นวิวของภูเขาไฟโบรโม่ได้อย่างชัดเจน ส่วนคุณภาพ-มาตรฐานต้องทำใจนิดนึง..^^

ห้องอาหารของที่นี่มีขนาดใหญ่ รสชาติอาหารดีทีเดียว มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

วิวจากหน้าห้องอาหาร

ประมาณตีสอง เราเปลี่ยนพาหนะเป็นรถจี๊บ ออกเดินทางไปยังจุดชมวิวมหาชน Penanjakan เพื่อรอถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและชมวิวภูเขาไฟโบรโม่ในยามเช้า

รถจี๊บของเราวิ่งผ่านที่ราบรอบๆภูเขาไฟ ซึ่งมีลักษณะคล้ายทะเลทราย ไปยังจุดชมวิว Penanjakan ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของ Highland Cemoro Lawang Village ที่เราพักและกลุ่มของภูเขาไฟโบรโม่ได้อย่างเต็มตา (ด้านซ้ายมือคือชุมชน Highland Cemoro Lawang ที่โรงแรมเราตั้งอยู่)

พอสว่าง ภาพสวยงามที่เคยเห็นแต่ในหนังสือท่องเที่ยวก็ปรากฎขึ้นสู่สายตาของเรา ขาดไปเพียงอย่างเดียวคือกลุ่มหมอกที่เคยปกคลุมบริเวณหุบเขาทะเลทรายที่อยู่เบื้องล่าง….

ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า ภูเขารูปทรงกรวยคว่ำด้านขวามือคือ ภูเขาไฟ Batok (ความสูง 2,440 เมตร) ถัดออกไปด้านหลังที่เห็นอยู่ไกลๆคือ ภูเขาไฟ Semeru (3,676 เมตร) ส่วน ภูเขาไฟ Bromo (ความสูง 2,329 เมตร) คือเเอ่งกะทะขนาดใหญ่ที่มีควันพวยพุ่งออกมาตลอดเวลา อยู่ทางด้านซ้ายมือของ Mt. Batok

ความโดดเด่นและรูปทรงสวยงามของ Mt. Batok ทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่ามันคือภูเขาไฟ Bromo^^

ภูเขาไฟโบรโม (Bromo) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโบรโมเทงเกอร์เซเมรู (Bromo Tengger Semeru National Park) เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาเทงเกอร์มาสซีฟ บนเกาะชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ยอดภูเขาไฟนี้มีความสูง 2,329 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมเนื่องจากมีความสูงไม่มากนัก ทำให้สามารถเดินทางถึงยอดเขาได้โดยง่าย

ภูเขาไฟโบรโมเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2547 ในปัจจุบันเมื่อไปยืนดูจากปากปล่อง เรายังคงได้ยินเสียงคล้ายเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบินดังกระหึ่มมาจากเบื้องล่าง ตลอดจนมีควันที่ลอยขึ้นมาจากก้นปล่องอยู่ตลอดเวลา

Photo Credit: www.bunnarothwrite.blogspot.com

วัดฮินดูบริเวณเชิงภูเขาไฟโบรโม่

จากจุดชมวิว Penanjakan เรานั่งรถจี๊บย้อนกลับมายังหุบเขาเบื้องล่างที่มีลักษณะคล้ายๆทะเลทราย เพื่อเดินทางขึ้นสู่ปากปล่องของภูเขาไฟโบรโม่

บริเวณที่เราต้องจอดรถจี๊บแล้วเปลี่ยนเป็นเดินเท้าต่อไปยังเชิงเขา เพื่อขึ้นไปสู่ปากปล่องภูเขาไฟอีกที สำหรับเครื่องทุ่นแรงแทนการเดินก็คือการขี่ม้า ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก โดยม้าเเต่ละตัวจะมีคนคอยจูงให้เรา

ตอนสายๆ เริ่มมีพายุฝุ่นพัดมาเป็นช่วงๆ ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปเหมือนอยู่ในทะเลทราย ต้องโพกหน้าปิดปากใส่เเว่นกันพัลวัล..^^


ทางในช่วงแรกเป็นพื้นราบ พอผ่านวัดฮินดูที่เห็นก็จะเลี้ยวซ้ายและเริ่มขึ้นเนิน ก่อนจะถึงบันไดทางขึ้นในช่วงสุดท้าย

คอนวีเนียนสโตร์หนึ่งเดียวของที่นี่ …

ที่บริเวณเชิงบันไดทางขึ้น มีชาวบ้านมานั่งขายดอกไม้เเห้งที่มัดเป็นกำๆ สำหรับผู้ที่ต้องการอฐิษฐานขอพรจากเทพเจ้าแห่งโบรโม่แล้ว จะโยนดอกไม้นี้ลงไปยังก้นปล่องเพื่อเป็นการบูชา

ทางขึ้นสู่ปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ในช่วงสุดท้าย เป็นบันไดยาวประมาณ 200 เมตร

Video Credit:  DIY Travel HQ

บนปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่มีพื้นที่ไม่มากนัก ราวกั้นก็มีอยู่จำกัด สำหรับคนกลัวความสูงก็อาจจะไม่เหมาะเท่าใดนัก^^

ประจันหน้ากับ Mt. Batok

ชื่นชมความงามและความยิ่งใหญ่ (ผสมกับความน่ากลัว) ของภูเขาไฟโบรโม่กันจนพอเหมาะกับเวลา เราก็บ่ายหน้ากลับ ด้วยความรู้สึกว่าตัวเราเป็นเพียงสิ่งเล็กนิดเดียวเท่านั้น ในโลกและธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้ ….

พายุฝุ่นยังคงพัดมาอีกเป็นระยะๆ ในระหว่างทางที่เราเดินทางกลับที่พัก คนขับรถบอกว่าพวกเราโชคดี (?!?) เพราะไม่บ่อยนักที่นักท่องเที่ยวจะได้มาเจอกับบรรยากาศแบบนี้ …   “O_O”

Video Credit:  Elvinardy Darwin

Klook.com

Comments:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: