July 29, 2021
  • Menu

Dolomites: (4) ทะเลสาบ Lago di Carezza และหุบเขาเเสนสวย Val di Funes

Klook.com

แหล่งท่องเที่ยวด้านตะวันตกของโดโลไมท์ที่มีชื่อเสียง นอกจาก Seceda, Alpe di Siusi และ Resciesa ที่เมือง Ortisei แล้ว ยังมีอีกสองแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกล สามารถใช้เวลาเที่ยวได้ภายในวันเดียว ได้เเก่ ทะเลสาบ Carezza และ หุบเขา Val di Funes

Lago di Carezza (ในภาษาอิตาลี) หรือ Karersee (ภาษาเยอรมัน) คือทะเลสาบอัลไพน์ขนาดเล็กที่มีน้ำสีเขียวมรกตและทิวทัศน์อันสวยงามของเทือกเขา Latemar เป็นฉากหลัง ตั้งอยู่สูง 1,520 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความกว้างประมาณ 140 เมตร ยาว 300 เมตร น้ำในทะเลสาบมีความลึกตั้งเเต่ 6-22 เมตร ได้รับฉายาจากนักท่องเที่ยวว่า “Rainbow Lake” และ “Fairytale Lake of the Dolomites”

Credit: swedishnomad.com

การเดินทาง: ทะเลสาบ Carezza ตั้งอยู่ห่างจากเมือง Ortisei ไปทางใต้ประมาณ 55 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษๆ  ถ้ามาจากเมือง Bolzano ก็ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น มีที่จอดรถแบบเสียเงินที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ฤดูที่เหมาะสมสำหรับการไปเที่ยวชมคือฤดูใบไม้ผลิ-ฤดูร้อนในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน โดยเฉพาะในวันที่มีเเดดจ้า จะสามารถมองเห็นสีเขียวมรกตของน้ำในทะเลสาบได้อย่างชัดเจน

ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่อีกฝั่งของถนนตรงข้ามกับทะเลสาบ เป็นอาคารชั้นเดียวเเต่มีขนาดใหญ่ ผนังตกเเต่งด้วยไม้สน มีร้านค้า ร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกไว้บริการนักท่องเที่ยวครบครัน

จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สามารถเดินลงบันไดไปยังชั้นใต้ดินของอาคาร แล้วเดินผ่านอุโมงค์ลอดใต้ถนนเพื่อไปยังจุดชมวิวริมทะเลสาบได้

จุดชมวิวมีลักษณะเป็นเเท่นไม้ยกพื้นขนาดย่อมๆ บริเวณริมทะเลสาบ นอกจากนี้เเล้วยังมีทางที่สามารถเดินเที่ยวลัดเลาะไปได้จนรอบทะเลสาบ

Val di Funes หรือ Villnöß ในภาษาเยอรมัน เป็นชื่อหุบเขาเล็กๆแห่งหนึ่งของโดโลไมท์ตะวันตก อยู่ห่างจากเมือง Bolzano ประมาณ 30 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือ หรือประมาณ 35 กิโลเมตรทางเหนือของเมือง Ortisei

ที่นี่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเนื่องจากมีทิวทัศน์ที่สวยงาม ภาพของโบสถ์สีขาวบนทุ่งหญ้ากว้างสีเขียวที่เเซมด้วยดอกไม้ ฉากหลังคือยอดเเหลมของภูเขาหินปูนของกลุ่มเทือกเขา Odle/Geisler ที่ตั้งตระหง่านตัดกับท้องฟ้าสีสดใส คือสัญญลักษณ์ที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาเยี่ยมเยือนที่นี่กันตลอดทั้งปี

พื้นที่ของ Val di Funes ประกอบไปด้วยหมู่บ้านเล็กๆหลายแห่งเช่น San Giacomo, Valluzza, San Valentino, Santa Maddalena, Colle โดยมี San Pietro เป็นศูนย์กลาง

หมู่บ้าน Santa Maddalena (St. Magdalena) ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,339 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากหมู่บ้าน San Pietro (St.Peter) ประมาณ 3 กิโลเมตร ที่นี่มีจุดถ่ายภาพซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้เเก่โบสถ์ St. John of Nepomuk in Ranui และ โบสถ์ St. Maddalena

Map of S. Maddalena

โบสถ์ St. John of Nepomuk in Ranui ตั้งอยู้ริมถนนค่อนไปทางปลายของหมู่บ้านด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ จากที่จอดรถบริเวณวงเวียนเดินไปอีกประมาณ 350 เมตรก็จะพบจุดถ่ายภาพที่ริมรั้วด้านนอกบริเวณที่ติดกัยถนน (ไม่เสียเงิน)  

ที่นี่เป็นโบสถ์ส่วนตัวของเอกชน (เจ้าของโรงเเรม Ranui Hof ที่อยู่ติดกัน) สร้างตั้งเเต่ปี ค.ศ.1744 ถ้าจะเข้าไปชมตัวโบสถ์ต้องเดินเลยไปอีกจนถึงโรงเเรม Ranui Hof แล้วหยอดเงิน 4 ยูโรเพื่อเดินผ่านเครื่องกั้นเข้าไป เเต่จะชมได้เพียงภายนอกเท่านั้นเพราะโบสถ์ปิด  

จากบริเวณโบสถ์มองออกไปด้านริมรั้ว จะเห็นนักท่องเที่ยวออกันอยู่เต็มที่บริเวณจุดถ่ายรูป

เดินเลยโรงเเรม Ranui Hof ออกไปอีกเล็กน้อย มีจุดถ่ายภาพที่สามารถมองเห็นวิวของเทือกเขา Odle ได้อย่างชัดเจน 

โบสถ์ St. Maddalena เป็นโบสถ์เก่าเเก่ตั้งเเต่ปี ค.ศ.1394 ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน Santa Maddalena จุดถ่ายภาพจะอยู่บนเนินไกลออกไปจากโบสถ์อีกเล็กน้อย ถนนในละเเวกนั้นค่อนข้างเล็ก เเนะนำให้เดินเท้าไปจะสะดวกกว่า ภาพจากมุมสูงที่มองเห็นโบสถ์โดยมีกลุ่มเทือกเขา Odle/Geisler เป็นฉากหลัง รับรองว่าสวยงามคุ้มค่าเหนื่อยเเน่นอน….  \O_O/

ข้อมูลเพิ่มเติม: 

South Tirol.Com

Dolomiti Val di Funes

Klook.com

Comments:

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: