24-July-24
  • Menu

Dream Destination: เที่ยวมรดกโลก มหาวิหารกลางน้ำแห่งนอร์มังดี – มองต์ แซงต์ มิเชล (Mont Saint-Michel)

Home » Dream Destination: เที่ยวมรดกโลก มหาวิหารกลางน้ำแห่งนอร์มังดี – มองต์ แซงต์ มิเชล (Mont Saint-Michel)

Loading

มองต์ เเซงต์-มิเชล (Mont Saint-Michel) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส ที่นี่มีความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ภาพของวิหารโบราณขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเกาะหินริมทะเล ความสวยงามของสถาปัตยกรรมและความเก่าแก่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ เมื่อผสมผสานกับสภาพเเวดล้อมของภูมิประเทศโดยเฉพาะในช่วงน้ำขึ้นสูง ก่อให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามเหมือนปราสาทในฝันเลยทีเดียว ในปีหนึ่งๆจะมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือนมองต์ เเซงต์-มิเชลเป็นจำนวนกว่า 3 ล้านคน สะท้อนถึงความนิยมและชื่อเสียงของที่นี่ได้เป็นอย่างดี

Photo Credit: istock.com
Photo Credit: Dreamstime.com

มองต์ เเซงต์-มิเชล เป็นวิหารคริสตจักรที่ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กริมทะเลแถบชายฝั่งตะวันตกในแคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศส อยู่ห่างจากกรุงปารีสประมาณ 360 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากกรุงปารีสโดยวิธีต่างๆได้ดังนี้

รถไฟความเร็วสูง TGV จากสถานี Paris Montparnasse ไปยังเมือง Rennes (1.5 ชั่วโมง) แล้วต่อรถบัสสาธารณะ (1 ชั่วโมง)

รถไฟ TER จากสถานี Paris Montparnasse ไปยังเมือง Pontorson Mont St Michel (4 ชั่วโมง) แล้วต่อแท็กซี่หรือรถบัสสาธารณะ (30 นาที)

รถโดยสาร Flixbus จากปารีส ถึง มองต์ เเซงต์ มิเชล (4.5 ชั่วโมง)

อีกวิธีหนึ่งซึ่งสะดวกและเป็นที่นิยม คือซื้อเเพ็คเก็ตทัวร์หนึ่งวัน (ราคาประมาณ 140 ยูโร) ซึ่งจะรวมค่ารถบัสไป-กลับและตั๋วเข้า Abbey ด้วย ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 14 ชั่วโมง

เราเลือกใช้วิธีเดินทางด้วยรถโดยสาร Flixbus เนื่องจากค่าโดยสารมีราคาถูกกว่ารถไฟ และไม่ต้องไปต่อรถอีกทอดหนึ่งให้ลำบาก จุดขึ้นรถของเส้นทางไป มองต์ เเซงต์-มิเชล จะอยู่บริเวณชานเมืองด้านตะวันตก ย่าน Pont de Levallois หลังโรงเเรม Evergreen Laurel Hôtel ถ้าพักอยู่ในย่านใจกลางปารีส อาจต้องเผื่อเวลาเดินทางมาด้วยราว 1 ชั่วโมง

ด้านหน้าโรงแรม Evergreen Laurel Hôtel
ด้านหลังโรงแรมเป็นลานกว้าง เป็นจุดขึ้นรถและจุดจอดแวะ(ตอนขากลับ)ของรถบัส

รถของเราคือเที่ยว 08:00-12:45 (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง) ขากลับจะมีรถออกจาก มองต์ แซงต์-มิเชล เวลา 16:00 นั่นหมายความว่าเราจะมีเวลาเดินเที่ยวประมาณ 3 ชั่วโมง จากประสบการณ์ของเราก็ถือว่าพอเพียง แต่ถ้าใครไม่อยากรีบ ก็สามารถหาที่พักสักหนึ่งคืนแล้วเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้นก็ได้

เนื่องจากมีเวลาเหลือเฟือ เราจึงเลือกที่จะนั่งรถไปพักที่เมือง Caen (1.5 ชั่วโมงจาก มองต์ เเซงต์-มิเชล) เเทนที่จะต้องถึงปารีสในเวลา 4-5 ทุ่ม เราแวะเที่ยวที่ Caen หนึ่งวันแล้วค่อยนั่ง Flixbus กลับถึงปารีสในช่วงบ่ายๆแทน

เมื่อถึงเวลา 08:00 รถ Flixbus ก็มาจอดรับผู้โดยสาร แล้วเริ่มออกเดินทางเลย รถจอดเเวะให้ผู้โดยสารยืดเส้นยืดสาย-เข้าห้องน้ำที่จุดพักรถในระหว่างทางครั้งหนึ่ง

เราเดินทางถึง มองต์ แซงต์-มิเชล พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมา จากจุดที่ลงรถเดินต่อไปอีกไม่ไกล ก็เป็นจุดเริ่มต้นของรถชัตเติลบัส(ฟรี)ซึ่งจะพาเราเดินทางต่อไปยังวิหาร มองต์ แซงต์-มิเชล ที่อยู่ริมทะเลห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 นาที รถชัตเติลบัสจะจอดให้ลงที่บริเวณสะพานก่อนถึงวิหารมองต์ แซงต์-มิเชลประมาณ 350 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่เห็นวิหารในระยะที่สวยงามพอดี เดินถ่ายภาพที่ประทับใจไปเรื่อยๆสักพัก ก็ถึงประตูทางเข้า

มองต์ เเซงต์-มิเชล เป็นมากกว่าวิหารริมทะเลซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ บนเกาะเล็กๆแห่งนี้ยังเป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังมีชีวิตอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าภายในยังประกอบไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โบสถ์ขนาดเล็ก พิพิธภัณฑ์ และโรงแรมที่พัก ที่ยังเปิดบริการอยู่มากมาย จะเรียกว่าเป็นเมืองเก่าขนาดเล็กก็ยังได้

เดินตามถนนเล็กๆที่ปูด้วยหินเเกรนิตไปเรื่อยๆ ผ่านร้านรวงต่างๆ ตลอดจนโบสถ์ พิพิธภัณฑ์ ฯลฯ ทางเดินจะค่อยๆลาดชันสูงขึ้นสู่ส่วนที่เป็นวิหาร

บริเวณลานซ้ายมือของบันไดทางขึ้นสู่วิหาร มีป้ายแสดงข้อมูลของความเป็นมา ตลอดจนการก่อสร้างของวิหารฯ ตั้งแต่ในอดีตให้ชมด้วย

บันไดด้านขวามือคือทางขึ้นไปสู่มหาวิหาร (Abbey) ด้านบน

ประวัติและความเป็นมา

มหาวิหารมองต์ แซง-มิแชล เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาของคริสต์ศาสนาที่มีอายุยาวนานกว่า 1,000 ปี ตามบันทึกในมหาวิหารได้กล่าวไว้ว่า แรกเริ่มเดิมทีที่นี่เป็นเพียงโบสถ์เล็กๆ สร้างขึ้นโดยบิชอปอูเบิร์ต (Aubert of Avranches) เพราะได้รับนิมิตจากอัครเทวดาเซนต์ไมเคิล (Saint Michael) อัครเทวดาสำคัญของศาสนาคริสต์ถึง 3 ครั้ง จนในที่สุดจึงได้สร้างโบสถ์แห่งนี้ขึ้นที่ปากแม่น้ำ Couesnon ในปี ค.ศ. 709  ก่อนจะมีการต่อเติมขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ไปจนถึงศตวรรษที่ 15 จึงทำให้ มหาวิหารแห่งนี้มีการผสมผสานศิลปะของแต่ละยุคสมัย ทั้งสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ (Romanesque) และ โกธิค (Gothic) องค์ประกอบทางโครงสร้าง ได้เลียนแบบสังคมศักดินาที่ประกอบด้วย ด้านบนคือพระเจ้า วิหาร และอาราม ข้างล่างคือห้องโถงใหญ่ จากนั้นคือร้านค้าและที่อยู่อาศัย นอกกำแพงมีชาวประมงและบ้านชาวนา

ที่ตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ อยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่เพียง 600 เมตร ทำให้ผู้แสวงบุญเดินทางไปที่แอบบีย์ได้ในช่วงน้ำลง แต่สามารถป้องกันภัยได้ในช่วงน้ำขึ้น ตัวเกาะอันเป็นที่ตั้งของวิหารนั้นเป็นหินแกรนิต โดยมีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 960 เมตร และสูง 92 เมตร ถ้าบวกกับความสูงของตัววิหารนั้นแล้วก็จะมีความสูงถึง 155 เมตร ถือเป็นปราการธรรมชาติตั้งแต่สมัยยุคกลาง บนยอดวิหารเป็นรูปปั้นทองของ อัครทูตสวรรค์มีคาเอล (นักบุญมิคาเอล) สร้างโดยแอมานุแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)

ในยุคสมัยที่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกี่ยวกับการเมืองในฝรั่งเศส มหาวิหารแห่งนี้เคยถูกใช้เป็นทั้งฐานที่มั่นทางการทหารสมัยทำสงครามกับอังกฤษในช่วงศตรรษที่ 14-15 และในยุคปฏิวัติฝรั่งเศสก็ถูกใช้เป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมือง จนกระทั่งกลางศตวรรษที่ 18 กลุ่มปัญญาชนฝรั่งเศสเรียกร้องให้อนุรักษ์ให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เชิงมรดกด้านวัฒนธรรม มหาวิหารมองต์แซง-มิแชล จึงได้กลับมาทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมคริสต์ศาสนาอีกครั้ง

ในปี ค.ศ.1979 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโลกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมโดยองค์การยูเนสโก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก

ในบางฤดู มองต์ แซงต์-มิเชล จะล้อมรอบไปด้วยสันดอนทรายอันกว้างใหญ่ แต่บางครั้งกระแสน้ำอันทรงพลังระหว่างนอร์มังดีและบริตตานี ก็ทำให้มหาวิหารแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยน้ำ อวดความตระหง่านเหนือผืนน้ำและผืนดินอันกว้างใหญ่ บางครั้งมองแล้วคล้ายกับเป็นปราสาทที่ลอยอยู่เหนือพิภพ ความวิจิตรนั้นชวนให้ตื่นตะลึงได้ไม่ยาก เพราะราวกับเป็นมหาวิหารที่ถอดแบบมาจากเทพนิยายหรือภาพยนตร์แนวแฟนตาซี จนได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งของโลกตะวันตก

วิหารแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับหนึ่งในสามของฝรั่งเศส ซึ่งประกอบด้วยหอไอเฟล พระราชวังแวร์ซาย ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

Photo Credit: iStock.com
Photo Credit: iStock.com

ด้วยเวลาที่มีจำกัด เราจึงไม่ได้ขึ้นไปชมมหาวิหาร (Abbey) แต่เลือกที่จะเดินเที่ยวและสำรวจบริเวณรอบๆเเทน ถ้าใครมีเวลาเพียงพอก็ไม่ควรพลาดการเข้าไปชมนะ (ต้องซื้อตั๋วราคา 13 ยูโร และ +5 ยูโรสำหรับ Audio Guide หรือจะเลือกแบบ Guided-Tour ก็ได้)

ภาพตัวอย่างของบรรยากาศสวยงามภายในมหาวิหาร

Photo Credit: www.ot-montsaintmichel.com
Photo Credit: www.ot-montsaintmichel.com
Photo Credit: www.ot-montsaintmichel.com
Photo Credit: www.ot-montsaintmichel.com

เราเดินเลาะตามทางที่เลียบกำแพงด้านนอกไปเรื่อยๆ ด้านบนนี้มีพิพิธภัณฑ์ Musee Historique ที่จัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ด้วย (ต้องเสียค่าเข้าชม)

จากจุดชมวิว จะมองเห็นสะพานที่ทอดยาวข้ามมาจากบนฝั่ง

ทางเดินจะลาดลงสู่พื้นด้านล่างที่อยู่ข้างนอก ซึ่งเป็นบริเวณลานจอดรถ

เดินย้อนกลับมาในบริเวณถนนที่เป็นร้านค้าอีกครั้ง แวะนั่งพักที่ร้าน La Cloche (ขนมและไอสครีมเจลลาโต้อร่อย ราคาไม่เเพง) พออิ่มท้องหายเหนื่อยแล้วก็เตรียมตัวเดินทางกลับ

เดินกลับไปรอรถชัตเติลบัสที่บริเวณสะพานฝั่งตรงข้ามกับจุดลงรถ

ในอดีตการเดินทางไปยังมง-แซ็ง-มีแชล จะเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยถนนที่สามารถเดินทางได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น เนื่องจากระดับน้ำปกติจะท่วมและปิดกั้นผิวถนน นักท่องเที่ยวและนักแสวงบุญ สามารถจอดรถได้เฉพาะในช่วงที่น้ำลง และเนื่องจากมีถนนที่ตัดเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ ทำให้ทิศทางไหลของน้ำเกิดการผันแปร และเป็นผลทำให้ระยะทางระหว่างเกาะ กับแผ่นดินใหญ่นั้นสั้นลง อันเกิดจากการสะสมของดินตะกอนปากแม่น้ำ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2549 นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลได้เริ่มโครงการเพื่อช่วยคืนสภาพความเป็นเกาะให้กับมง-แซ็ง-มีแชล โดยอาศัยการไหลของน้ำเพื่อชะล้าง และลดการสะสมของดินตะกอน ส่วนหนึ่งของโครงการคือสร้างเขื่อนกั้นน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนถนนที่เชื่อมกับแผ่นดินเป็นสะพาน เพื่อให้น้ำสามารถหมุนเวียนได้โดยรอบเกาะ รวมถึงการย้ายที่จอดรถไปยังแผ่นดินใหญ่ โดยนักท่องเที่ยวจะสามารถจอดรถได้บนฝั่ง โดยจะมีรถรับส่งบริการจากจุดจอดรถถึงบริเวณเกาะ

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 สะพานใหม่ที่ออกแบบโดยสถาปนิก ดิมาร์ ไฟซติงเกอร์ (Dietmar Feichtinger) เปิดใช้งาน สะพานโครงสร้างเบาช่วยให้น้ำไหลได้อย่างอิสระรอบเกาะ และปรับปรุงประสิทธิภาพของเขื่อนที่เปิดใช้งานก่อนหน้านั้น โครงการซึ่งมีราคา 209 ล้านยูโร เปิดอย่างเป็นทางการโดยประธานาธิบดี ฟร็องซัว ออล็องด์

เราไปนั่งรอที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Tourist Information Center) ก่อนที่จะขึ้นรถ Flixbus เดินทางกลับ โดยแวะพักที่เมือง Caen สองคืนก่อนกลับปารีส..  \O.O/

แชร์เรื่องนี้: