15-June-24
  • Menu

เที่ยวสองเมืองสวย (1): สตราสบูร์ก (Strasbourg)

Home » เที่ยวสองเมืองสวย (1): สตราสบูร์ก (Strasbourg)
Klook.com
**** คำเตือน: โพสต์นี้รูปเยอะมากกก… 😀 ****

สตราสบูร์ก (Strasbourg) และ กอลมาร์ (Colmar) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ในแคว้นอาลซัส (Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับชายแดนเยอรมนี ทั้งสองเมืองมีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่น่าสนใจในแบบของเมืองเก่าซึ่งเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนยุคกลางที่ยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู โดยเฉพาะฤดูหนาวที่ทั่วทั้งเมืองจะตกแต่งด้วยแสงสีและเครื่องประดับคริสต์มาส เนรมิตให้เมืองดูอบอุ่นและสวยงาม จนได้รับฉายาว่าเป็น เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส ระยะทางระหว่าง 2 เมืองนี้ห่างกันประมาณ 73 กิโลเมตร สามารถไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวกโดยทางรถยนต์และรถไฟ นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินทางไปเที่ยวทั้งสองเมืองคู่กันเป็นสูตรสำเร็จ 

Strasbourg เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่า Colmar บรรยากาศคึกคัก สถานที่ท่องเที่ยวเด่นได้แก่ มหาวิหาร Notre-Dame ย่านเมืองเก่า Petite France ตลาดคริสต์มาสชื่อดัง และพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นเยี่ยม

Colmar เป็นเมืองขนาดเล็ก น่ารัก บ้านเรือนสไตล์ครึ่งไม้สีสันสดใส มีลำคลอง Little Venice บรรยากาศโรแมนติก ตลาดคริสต์มาสอบอุ่น เหมาะสำหรับคนชอบเมืองสไตล์เทพนิยาย ถ่ายรูปสวย บรรยากาศชิลล์ๆ 

สตราสบูร์ก (Strasbourg)

สตราสบูร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำอีล เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมายาวนานกว่า 2,000 ปี เคยถูกปกครองโดยหลายชาติ ทั้งโรมัน เยอรมัน และฝรั่งเศส จึงทำให้เมืองแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะของหลายวัฒนธรรม นอกจากนี้ปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศที่สำคัญอย่าง คณะมนตรีแห่งยุโรป (Council of Europe) และ รัฐสภาแห่งสหภาพยุโรป (European Parliament) อีกด้วย

การเดินทาง: Strasbourg ตั้งอยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันออกประมาณ 500 กิโลเมตร วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดคือขึ้นรถไฟจากสถานี Gare de l’Est โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาที นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางมาจากเมืองรอบๆที่อยู่ใกล้เคียงของประเทศเยอรมนีและสวิสเซอร์เเลนด์ได้ เช่น Frankfurt, Basel

สำหรับเราได้เดินทางจากเมืองโคโลนจญ์ (Cologne) ของเยอรมนีโดยใช้บริการรถโดยสาร Flixbus ซึ่งสะดวกสบายและราคาไม่เเพง

FlixBus เป็นบริษัทที่ให้บริการรถโดยสารสาธารณะระหว่างเมือง (Intercity Bus Service) ในยุโรป มีเครือข่ายขนส่งที่กว้างขวาง ความสะดวกสบายและราคาที่ไม่เเพงทำให้ FlixBus เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางในระยะทางระหว่างเมืองหรือประเทศในยุโรปโดยไม่ต้องใช้รถส่วนตัว รถไฟ หรือเครื่องบิน.

เมือง Strasbourg มีแม่น้ำสายสำคัญอย่าง แม่น้ำอีล (River Ill) ที่ไหลผ่านและล้อมรอบ เกาะกร็องดีล (Grande Ile) หรือ Grand Island ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าเอาไว้จนเป็นรูประฆัง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุคกลางที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี เขตเมืองเก่าแห่งนี้จึงได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1988 โดยมีความสำคัญในฐานะที่เป็นแบบอย่างของย่านเมืองเก่าสมัยยุคกลาง โดยบนเกาะยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารสตราสบูร์ก ซึ่งเป็นอาสนวิหารที่สูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก และยังเป็นตัวอย่างที่วิจิตรของสถาปัตยกรรมกอทิกของช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เก่าอีก 4 แห่ง ได้แก่ โบสถ์แซ็ง-ตอมา, โบสถ์แซ็ง-ปีแยร์-เลอ-วีเยอ, โบสถ์แซ็ง-ปีแยร์-เลอ-เฌิน และโบสถ์แซ็งเตเตียน

Strasbourg Map
Photo Credit: www.wikipedia.org
Credit: www.plandutouriste.eu

อาคาร สถานีรถไฟสตราสบูร์ก (Gare de Strasbourg) เป็นสถานีรถไฟหลักในเมือง
ด้วยจำนวนผู้โดยสารมากกว่า 20 ล้านคนในปี 2018 สตราสบูร์กจึงเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่พลุกพล่านที่สุดในฝรั่งเศส รองจาก Lyon-Part-Dieu และ Lille-Flandres station

อาคารเก่าแก่ของสถานีรถไฟปัจจุบันของสตราสบูร์กสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1878 ถึง 1883 โดยสถาปนิกชาวเยอรมัน Johann Eduard Jacobsthal อาคารเก่าแก่แห่งนี้ได้รับการจัดให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 1984 ก่อนที่จะมีการเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูง LGV Est สถานีได้รับการตกแต่งใหม่โดยสถาปนิก Jean-Marie Duthilleul ในปี ค.ศ. 2006-2007 มีการเพิ่มขนาดและความจุเพื่อการใช้งานของอาคารด้วยการเพิ่มหลังคากระจกขนาดใหญ่ซึ่งปกคลุมส่วนหน้าอาคารทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด การปรับปรุงสถานีให้ทันสมัยนี้ได้รับรางวัล Brunel Award ในปี 2008

เขื่อนบาราจ วูบอง(Barrage Vauban) เป็นสะพาน-ฝายที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1690 โดยกั้นระหว่าง Grande Île (เกาะใหญ่) และความกว้างของแม่น้ำอิล เพื่อประโยชน์ในการควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำและช่วยปกป้องเมือง Strasbourg จากน้ำท่วม นอกจากนี้ในอดีตกรณีที่มีการโจมตีจากข้าศึก ก็ยังสามารถปล่อยน้ำและทำให้น้ำท่วมพื้นที่ทางตอนใต้ของเมืองทั้งหมด ทำให้ศัตรูไม่สามารถผ่านเข้าไปได้

เขื่อนกั้นน้ำนี้ประกอบไปด้วยซุ้มอุโมงค์ที่เป็นประตูเขื่อนทั้งหมด 13 ซุ้ม โดยมีสามซุ้มที่สามารถถูกยกขึ้นเพื่อให้เรือผ่านได้ เขื่อนก่อสร้างด้วยหินทรายที่มีโครงสร้างแข็งแรง มีความยาว 120 เมตร หลังคาปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวสดใสให้ความสบายตา ซึ่งเป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยวิศวกร Sebastien Vauban ต่อมาในปี ค.ศ.1965-1966 ได้มีการดัดแปลงส่วนที่เป็นหลังคาเพื่อสร้างระเบียงชมวิวแบบพาโนรามา ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ของสะพานเก่าแก่ Ponts Couverts และย่าน Petite France ได้อย่างเต็มตา

Barrage Vauban
Photo Credit: www.wikipedia.org

ระเบียง(ลาน)ชมวิว (The Panoramic Terrace) จะอยู่บนชั้นที่เป็นหลังคาของอาคาร ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งเขื่อนและสะพาน

ใกล้กับปลายด้านทิศเหนือของเขื่อน Vauban เป็นที่ตั้งของ Museum of Modern and Contemporary Art ของสตราสบูร์ก

Ponts Couverts de Strasbourg (Covered Bridges) เป็นกลุ่มสะพานสามแห่งและหอคอยสี่แห่งที่สร้างขึ้นเพื่อการป้องกันเมืองในศตวรรษที่ 13 บนแม่น้ำอิล สะพานทั้งสามแห่งทอดข้ามช่องทางแม่น้ำที่ไหลผ่านย่าน Petite France อันเก่าแก่ของสตราสบูร์ก

การก่อสร้าง Ponts Couverts เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1230 และเปิดใช้ในปี 1250 เพื่อเป็นกลไกในการป้องกันเมือง ในยุคนั้นสะพานแต่ละแห่งจะถูกปกคลุมด้วยหลังคาไม้ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องผู้พิทักษ์ที่จะประจำการอยู่บนสะพานเหล่านั้นในช่วงที่เกิดสงคราม หลังคาเหล่านี้ถูกรื้อออกในปี ค.ส.1784 แต่ชื่อ Ponts Couverts (สะพานมีหลังคา) ยังคงใช้กันทั่วไปนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เปอร์ติต ฟรองซ์ (La Petite France) หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า “Little France” อยู่ถัดจากบริเวณสะพาน Ponts Couverts บนเกาะใหญ่ กร็องดีล (Grande Île ) พื้นที่ในบริเวณนี้เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปี มีอาคารบ้านเรือนจากยุคกลางสไตล์เยอรมันที่เรียกว่า Half-Timbered สีสันสดใสเรียงรายอยู่ริมน้ำดูน่ารักเหมือนบ้านในนิทานเด็ก ตามตรอกซอกซอยมีร้านอาหาร ร้านกาแฟที่อร่อยตั้งอยู่มากมาย

เราเดินเที่ยวและุถ่ายภาพในบริเวณย่านนี้จนเพลิน ไม่ว่าหันไปทางไหน เห็นบ้านเรือน ร้านรวง อาคารต่างๆ ล้วนดูสวยงามไปหมด ในความทรงจำไม่อาจบอกได้ว่าที่ไหนสวยที่สุด รู้แต่เพียงว่าสวยไปทั้งเมือง สวยทุกมุมที่เห็น.. 😀

United Methodist Church:

โบสถ์โปรเตสแตนต์เซนต์โทมัส (The protestant Church Saint-Thomas): 

The Ancienne Douane อาคารเก่าแก่จากยุคปี ค.ศ. 1358 ปัจจุบันเป็นร้านอาหารชื่อดัง

จัตุรัสเกลแบร์ (Place Kléber)

เป็น จัตุรัสกลางเมือง ที่ใหญ่ที่สุดของสตราสบูร์ก ตั้งอยู่ใจกลางย่านการค้าของเมืองโดยตั้งชื่อตามนายพล Jean-Baptiste Kléber นักปฏิวัติชาวฝรั่งเศสซึ่งเกิดที่เมืองสตราสบูร์กในปี 1753 ลักษณะเป็นลานกว้างที่เต็มไปด้วยตึกอาคารโบราณที่สวยงาม บริเวณรอบๆจะประกอบไปด้วยร้านค้า, ร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่ขนมปัง, ร้านขายดอกไม้, ตลอดจนร้านขายเสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมาย ในวันหยุดหรือช่วงเทศกาลต่างๆที่สำคัญ สถานที่แห่งนี้ก็มักจะใช้เป็นเป็นที่จัดกิจกรรมอยู่เสมอ ที่ยื่งใหญ่และโด่งดังก็คือ งานวันคริสต์มาสของทุกปี โดยจะมีต้นสนคริสต์มาสขนาดใหญ่อลังการซึ่งมีความสูงถึง 30 เมตรมาตั้งอยู่บริเวณใจกลางจัตุรัส

Place Kleber ถือเป็นสถานที่จัดงานคริสต์มาสแบบดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดในยุโรป ซึ่งจัดกันมานานหลายศตวรรษจนโด่งดัง อันเป็นที่มาของฉายา “เมืองหลวงแห่งคริสต์มาส” 

 

บริเวณใกล้เคียงกับจตุรัส Place Kleber เป็น สถานีรถราง Homme de Fer ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเครือข่ายรถรางถึง 5 สายในเขตเมืองเก่า

ห้าง Galeries Lafayette

Place du Château: เป็นจตุรัสที่ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิหารสตราสบูร์ก (Cathédrale Notre-Dame) บริเวณรอบๆที่มีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น พระราชวังสตราสบูร์ก (Palais Rohan), ศาลาว่าการ (City Hall) ของเมืองสตราสบูร์ก (Hôtel de Ville)

มหาวิหารสตราสบูร์ก (Cathédrale Notre-Dame de Strasbourg)

เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกที่มีฐานะเป็นอาสนวิหาร ส่วนหลักของสถาปัตยกรรมเป็นแบบโรมาเนสก์ แต่ยังมีส่วนประกอบที่สำคัญของสถาปัตยกรรมแบบกอทิกตอนปลายที่งดงามที่สุดแห่งหนี่ง

อาสนวิหารสทราซบูร์สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1015 และเสร็จสิ้นในปี  ค.ศ. 1439 เคยได้รับการบันทึกเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงที่สุดในโลก ในช่วงปี ค.ศ. 1647 จนถึงปี ค.ศ.1874 ด้วยความสูงถึง 142 เมตร ซึ่งในปัจจุบัน ถือเป็นวิหารที่สูงที่สุดอันดับที่หกของโลก และยังถือเป็นวิหารที่สูงที่สุดที่สร้างในยุคกลาง ที่ยังคงสภาพอยู่ในปัจจุบัน

อาสนวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ร่วมกับกร็องดีล อันเป็นเกาะที่ตั้งของอาสนวิหาร ในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมปีละประมาณ 4 ล้านคน โดยถือเป็นอาสนวิหารที่มีนักท่องเที่ยวต่อปีมากที่สุดรองจากอาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส

Photo Credit: olrat@iStock.com

ประตูทางเข้ามหาวิหารมีทั้งหมด 3 ประตู มีรูปปั้นหลายร้อยรูปอยู่รอบซุ้มประตู

สิ่งอันเป็นที่ดึงดูดแก่นักท่องเที่ยวอีกอย่างภายในวิหารนี้ก็คือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี นอกจากเป็นนาฬิกาแล้ว ยังเป็นปฏิทินดาราศาสตร์ที่แสดงตำแหน่งที่แท้จริงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ตลอดจนสุริยุปราคาและจันทรุปราคาอีกด้วย ไฮไล้ท์ที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวคือขบวนแห่รูปปั้นพระคริสต์และอัครสาวกสูง 18 นิ้ว ซึ่งมีขึ้นทุกวันตอนเวลาเที่ยงตรง

Fontaine de Janus:

โรงละครโอเปร่า Opéra national du Rhin ตั้งอยู่ใกล้กับ Fontaine de Janus ทางทิศตะวันออกของย่านเมืองเก่าบนเกาะกร็องดีล (Grande Ile)

พาเลส ดู ริน (Palais du Rhin) หรือที่เรียกว่า พระราชวังไรน์ (Palace of the Rhine)  ตั้งอยู่บริเวณ จตุรัส Place de la République นอกเมืองเก่าด้านทิศตะวันออก เด่นด้วยโดมที่มีขนาดใหญ่ ตัวอาคารกับสวนรอบๆ เป็นสถานที่ขึ้นชื่อของสถาปัตยกรรมปรัสเซียในศตวรรษที่ 19

สตราสบูร์กไม่ได้เป็นเพียงของที่ระลึกจากอดีตเท่านั้น แต่เป็นเมืองยุโรปสมัยใหม่ที่มีชีวิตชีวาและผสมผสานประเพณีเข้ากับนวัตกรรมได้อย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างพากันหลั่งไหลมาเยี่ยมเยือนที่นี่เป็นจำนวนมากมายในแต่ละปี..  \O_O/

ติดตามเรื่องราวการเดินทางและเป็นเพื่อนเราได้ที่ Facebook Page:

แชร์เรื่องนี้:

Loading

Klook.com

Leave a reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.